พ่อกำนันตำบลปอสาปส่งคนยิงลูกขอให้ถูกจับโดยเร็ว

เมื่อวันที่25เมษายน2561 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีคนร้ายลอบยิงรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน หมายเลขทะเบียน ผค 4115 เชียงราย บนถนนสายบ้านร่มฟ้าทอง-บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 18 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จนเป็นเหตุห้นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต อายุ 54 ปีกำนัน ต.ปอ และประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย และ ด.ช.ไชยมงคล บุตรชายวัย 3 ขวบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ภรรยาและ ด.ญ.ธัญญาพร อายุ 5 ขวบเสียชีวิตคาที่ว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเฝ้าที่เกิดเหตุและเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะปลอกกระสุนและอื่นๆ อย่างละเอียดแต่จะมีการให้รถยกชักลากรถไปเก็บไว้ที่ สภ.เวียงแก่น ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ต่อไป
ด้านนายจงหรือ ยอดมณีบรรพต อายุ 72 ปีซึ่งเป็นบิดาของนายทวีศักดิ์และนายเล่าเต้ง นรชาติวสิน อายุ 54 ปี อาเขยของนายทวีศักดิ์ ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุโดยนำกระดาษ ธูปเทียนและเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ไปประกอบพิธีบอกเจ้าที่โดยได้เผากระดาษพร้อมสวดมนต์ร่ายคำเป็นภาษาม้งอยู่นานท่ามกลางบรรยากาศที่น่าสลดใจ โดยนายจงหรือได้ร้องไห้ออกมาขณะก้มลงพื้นดินด้วยความเสียใจด้วย ซึ่งนายเล่าเต้งระบุว่าพิธีกรรมดังกล่าวเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เพื่อให้คนร้ายที่ลอบยิงครอบครัวนายทวีศักดิ์ได้ถูกจับกุมดำเนินคดีโดยเร็วเพราะนายจงหรือเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เนื่องจากก่อนเกิดเหตุนายทวีศักดิ์ได้พาครอบครัวโดยเฉพาะหลานๆ ไปเยี่ยมนายจงหรือที่พักอยู่ในไร่กาแฟที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตรก่อนจะเดินทางกลับและถูกลอบยิงดังกล่าว
นายจงหรือ กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุตนไปนอนเฝ้าไร่กาแฟนานประมาณ 4 คืน ทำให้หลานๆ คิดถึงและนายทวีศักดิ์ก็ได้พาภรรยาพร้อมหลานๆ ไปเยี่ยมก่อนจะเดินทางกลับแล้วมาถูกลอบยิงก่อนถึงบ้านดังกล่าว ซึ่งตนรู้สึกเสียใจอย่างมากเพราะคนร้ายกระทำอย่างอุกอาจมากโดยเฉพาะยิงกราดทั้งผู้ใหญ่และเด็กอย่างไม่เลือกจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมคนร้ายให้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้โดยเร็ว สำหรับสาเหตุการลอบยิงนั้นตนไม่ทราบเพราะตนมีลูกจำนวน 5 คนโดยนายทวีศักดิ์เป็นคนโตแล้วเขาก็เป็นคนดีมาก และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งรุนแรงกันผู้ใดรวมทั้งเมื่อเข้ารับตำแหน่งกำนันได้นาน 4 ปีก็ทำงานหนักโดยไปประชุมบ่อยครั้งเมื่อจะมาเยี่ยมเยียนหรืออยู่กับครอบครัวก็มีเวลาน้อย ขณะเดียวกันก่อนเกิดเหตุบุตรชายก็ไม่เคยบอกกล่าวเรื่องราวที่จะเป็นเบาะแสด้วย
นายจงหรือ กล่าวอีกว่าอย่างไรก็ตามสิ่งที่ตนสงสัยมีเรื่องเดียวคือบุตรชายของตนเป็นคนที่เข้มงวดกวดขันมาก โดยเฉพาะเรื่องการตัดเตือนลูกบ้านให้เป็นคนดีและเคารพกฎหมายบ้านเมืองเพราะต่างเป็นคนไทย การทำหน้าที่ก็ตรงไปตรงมาซึ่งอาจไปกระทบกระทั่งกับคนอื่นได้และทำให้เกิดการแพ้การชนะผู้ที่แพ้ก็อาจจะไม่พอใจ แต่ตนก็ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุหรือไม่ ส่วนพิธีศพของลูกสะใภ้และหลานสาวนั้นจะนำมาประกอบพิธีกรรมที่ภูมิลำเนาที่บ้านห้วยหาน หมู่ 9 ต.ปอ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร โดยปัจจุบันศพยังเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อยู่
นายทรงเดช ยอดมณีบรรพต ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านร่มฟ้าทอง กล่าวว่ากำนัน ต.ปอ ถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่งและทำงานเข้ากับชุมชนได้จึงเป็นที่ยอมรับของบรรดาผู้ใหญ่บ้านทุกคนใน ต.ปอ และชาวบ้านก็รักใคร่ตนจึงรู้สึกเสียใจแทนครอบครัวของนายทวีศักดิ์อย่างมาก
วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.เชียงราย พ.ต.อ.ภาสกร ณ พิกุล ผกก.สภ.เวียงแก่น ฯลฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ให้ละเอียดโดยเฉพาะปลอกกระสุนปืนขนาด 7.62 ของอาวุธปืนเอเค-47 หรืออาก้า และปืนกระสุนปืนลูกซองที่ตกอยู่ใกล้กันจำนวน 5 ปลอก รวมทั้งลูกกระสุนและอื่นๆ ที่ตกอยู่ในรถที่ถอยจากจุดที่ถูกซุ่มยิงลงไปประมาณ 15 เมตร
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบว่ารถมีกล้องบันทึกภาพหน้ารถแต่อยู่ระหว่างนำไปตรวจสอบเบื้องต้นมีรายงานว่ามีการบันทึกภาพแต่สภาพอากาศช่วงเกิดเหตุเป็นเวลาเย็นทำให้ภาพไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ทั้งนี้ทาง รอง ผบ.ตร.ได้ตรวจจุดที่คาดว่าคนร้ายใช้ซุ่มยิงเป็นต้นไม้ใหญ่สูงจากพื้นถนนประมาณ 2-3 เมตรด้วย หลังตรวจสอบได้มอบหมายให้ทาง พล.ต.อ.สุชาติ ได้เข้ามาดูคดีโดยตรงและให้ทาง ภ.5 ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดี
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าหลังตรวจสอบแล้วได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดก่อน ส่วนคนร้ายคาดว่ามีอยู่ด้วยกันไม่น้อยกว่า 2 คน อย่างไรก็ตามกรณีปมสังหารนั้นยังไม่สามารถชี้ชัดได้เพราะต้องรอให้มีการรวบรวมข้อมูลหลักฐานและสอบปากคำบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ละเอียดก่อน โดยให้ทางจเรตำรวจแห่งชาติและ ภ.5 เข้าดำเนินการโดยเร็วเพราะถือว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญและอุกอาจมา
ด้าน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่าสิ่งแรกที่จะต้องเริ่มต้นจากการหาปมสังหารคือสอบปากคำจากผู้ที่มีชีวิตอยู่ก่อนซึ่งก็คือตัวนายทวีศักดิ์เอง อย่างไรก็ตามตัวกำนัน ต.ปอ ยังคงไม่ได้ให้ปากคำเพราะยังรักษตัวอยู่ในโรงพยาบาลทำให้หลังจากนี้ก็จะได้เริ่มสอบปากคำบุคคลต่างๆ รวมทั้งนายทวีศักดิ์เพื่อคลี่คลายคดีต่อไป.
///

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *