โฮมสเตย์ท่าขันทองเชียงราย ติด 1ใน10 ทั่วประเทศไทยตั้งเป้ามีรายได้20ล้าน

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.61 ที่บ้านท่าขันทอง หมู่ 3 .บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย เรือตรีสุชาญ ภู่สุวรรณ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 9 ร่วมเป็นประธานในการจัดกิจกรรมสัมพันธ์โครงการชุมชนประชารัฐสีชมพูปี 3 พร้อมมอบรางวัลจีเอสบี สมาร์ต โฮมสเตย์ โฮมสเตย์มีสไตล์ให้กับตัวแทนของหมู่บ้านท่าขันทองในฐานะที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 โฮมสเตย์ทั่วประเทศที่มีแผนพัฒนายอดเยี่ยมตามโครงการดังกล่าว โดยกิจกรรมมีการจัดแสดงโดยชาวบ้านท่าขันทองและเครือข่ายหมู่บ้านโฮมสเตย์ต่างๆ การจัดแสดงร้านค้าชุมชนของแต่ละหมู่บ้านและนำคณะชมภายในหมู่บ้านซึ่งมีการจัดเป็นบ้านพักพร้อมกิจกรรมภายในหมู่บ้านรองรับมากมาย เช่น พิธีบายศรีผูกแขน แห่ขันโตก นั่งรถอีต๊อกหรือปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน เที่ยวสวนเกษตร สีข้าวกล้องด้วยสองมือ ทอผ้าฝ้าย ทำสบู่สมุนไพร ล่องเรือในแม่น้ำโขงเพื่อรับประทานอาหารบนเกาะกลางแม่น้ำ เป็นต้น

เรือตรีสุชาญ กล่าวว่าธนาคารออมสินได้ดำเนินโครงการดังกล่าวโดยคัดเลือกจาโฮมสเตย์ทั่วประเทศไทยที่สมัครเข้าร่วมประกวดจำนวน 139 แห่ง และได้คัดเลือกรอบแรกให้เหลือจำนวน 100 แห่ง จากนั้นให้มีการสัมมนารับฟังคำแนะนำ แนวทางและแผนพัฒนาก่อนคัดเลือกให้เหลือเพียง 20 แห่ง และจัดให้มีการนำเสนองานอีกครั้งก่อนจะคัดให้เหลือเพียง 10 แห่งซึ่งก็พบว่าหมู่บ้านท่าขันทองก็ติด 1 ใน 10 แห่งดังกล่าวด้วย

นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา ปลัดเทศบาล ต.บ้านแซว และเป็นที่ปรึกษาโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง กล่าวว่าโฮมสเตย์บ้านท่าขันทองเกิดจากการที่ชาวบ้านในหมู่บ้านท่าขันทองซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทยสปป.ลาว เห็นว่าการทำการเกษตรประสบปัญหาเรื่องราคาผลผลิตไม่แน่นอนจึงต้องการหารายได้เพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ดังนั้นเมื่อปี 2550 หรือกว่า 11 ปีก่อนจึงได้รวมตัวกันจากที่ไม่รู้เรื่องใดๆ เลยพัฒนาหมู่บ้านของตัวเองให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อหารายได้ทดแทนภาคการเกษตรดังกล่าว กระทั่งปัจจุบันมีบ้านเรือนที่ปรับปรุงเป็นโฮมสเตย์แล้วจำนวน 17 ราย มีเครือข่ายหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชนต่างๆ ในจังหวัดอีกว่า 70 หมู่บ้าน และมีกิจกรรมภายในหมู่บ้านร่วมกับชาวบ้านทั้งหมดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเยือนอย่างต่อเนื่อง

นายเศรษฐศักดิ์ กล่าวอีกว่าในปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนหมู่บ้านและเข้าพักที่โฮมสเตย์ของชาวบ้านจำนวนประมาณ 3,000 คน สร้างรายได้เข้าหมู่บ้านประมาณ 6 ล้านบาท โดยกิจกรรมที่ผู้ไปพักนิยมมากคือได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน พักริมฝั่งแม่น้ำโขงที่ร่มรื่นและนั่งเรือแม่น้ำโขง กระนั้นเราต้องปรับปรุงไปเรื่อยๆ โดยการปรับปรุงพัฒนาต้องควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายที่มีมากขึ้นด้วยโดยตั้งเป้าพัฒนาด้วยแผนระยะเวลา 5 ปีเพื่อให้ตัวเลขรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านบาทต่อไปด้วย.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *