ส.ส.เชียงราย “อนาคตใหม่”ล้มแชมป์เก่า “เพื่อไทย” 2เขตจาก7เขตเลือกตั้ง.

เมื่อวันที่ 29มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานมาจาก จ.เชียงรายว่า หลังจากปิดหีบลงคะแนนเลือก ส.ส.ทั้ง 7เขต ของจังหวัดเชียงราย และมีการนับคะแนนจนเสร็จผลปรากฎว่า ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่เขตที่ 1และเขตที่ 6  ซึ่งถือว่าเป็นม้ามืดที่สามารถล้มช้างในเขตเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองใหญ่อย่าง เพื่อไทย และพลังประชารัฐลงได้ ซึ่งผู้สมัครเองก็เป็นคนรุ่นใหม่ทีไม่เคยอยู่ในแวดวงการเมืองมาก่อน ทำให้เป็นที่จับตาของประชาชน และหลายฝ่าย โดยในเขต 1 นั้น คือ นายเอกภพ เพียรพิเศษ หรือหมอเอก เบอร์ 6 พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งหมอเอก อายุ 43 ปี จบชั้นมัธยมจาก จ.เชียงใหม่ และไปเรียนแพทย์ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อจบออกมาทำงานที่เชียงรายตั้งแต่ปี 2544 เป็นแพทย์สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ของโรงพยาบาลโอวเวอร์บรุ๊คเชียงราย และเป็นแพทย์ประจำทีมฟุตบอลสโมสรเชียงรายยูไนเต็ด และทีมชาติยู 21

โดยผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามจากหมอเอกได้กล่าวว่าก่อนหน้าที่จะเข้ามาสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในจังหวัดเชียงรายนั้นพบว่าการเมืองในประเทศมีความขัดแย้งมาโดยตลอด ทำให้บ้างเมืองไม่สงบสุข และก็ได้มาพบกับพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีนโยบายพรรคที่มีจุดยืนชัดเจนและเป็นการเมืองรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยมาก่อน จึงได้ตัดสินใจสมัครเป็นผู้สมัครทางออนไลน์ หลังจากนั้นก็ได้มีการเรียกเข้าไปสัมภาษณ์ซึ่งก็พบว่ามีทัศนคติที่ตรงกันจึงได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 1 จ.เชียงราย

โดยก่อนที่จะลงสมัครอย่างเป็นทางการก็ได้ยื่นไปลาออกจากโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คแล้ว เพื่อจะได้ทำงานทางการเมืองอย่างเต็มความที่เมื่อได้รับการเลือกตั้ง และก็ได้วางแผนไว้ว่าหากไม่รับการเลือกตั้ง ก็จะยังคงทำหน้าที่สมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ต่อไป แต่ก็จะกลับมาทำงานเป็นแพทย์เหมือนเดิม ซึ่งหลังจากที่ได้รับเลือกตั้งแล้วก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในสภา เพื่อที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบใหม่ในแบบของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งพรรคมีอุดมการณ์และมีจุดยืนที่ชัดเจน เพื่อดำเนินการทางด้านการเมืองเหมือนกับผู้สมัครคนอื่นๆที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่จะยังคงมาช่วยกันทำงานตามที่หาเสียงไว้ว่าหากเลือกพรรคอนาคตใหม่มาเป็น ส.ส.1คน ก็จะเหมือนได้ ส.ส.7คน มาช่วยกันทำงาน เพราะผู้สมัครทุกคนที่สอบไม่ได้ รวมไปถึงทีมงานจะยังคงทำงานตามแนวทางของพรรคในพื้นที่ จ.เชียงรายต่อไปอย่างต่อเนื่อง 

หมอเอก กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานในพื้นที่ จ.เชียงรายนั้นหลังจากนี้ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับผู้สมัครจากพรรคอื่นๆหรือคนที่ทำงานการเมืองในพื้นที่ ในแนวทางที่เป็นการพัฒนาบ้านเมือง สานต่อสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปกว่าเดิม ไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงในการเมืองรูปแบบใหม่ ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ที่ทำให้เห็นว่าการจะเข้ามาเป็นนักการเมืองไม่ต้องมีหัวคะแนนไม่ต้องมีการซื้อเสียง หรือใช้เงินจำนวนมหาศาล เพียงแต่อุดมการณ์ที่ชัดเจน และพร้อมที่ทำเพื่อประชาชน เพื่อให้เชียงรายดีขึ้น เพราะสิ่งที่ตนได้รับความไว้วางใจมาในครั้งนี้เป็นเพราะทำงานในพื้นที่มานานเกือบ 20ปี และในช่วงลงพื้นที่หาเสียงก็ได้ไปพบปะพี่น้องประชาชนครบทุกตำบลในอำเภอพื้นที่เลือกตั้ง ดังนั้นคะแนนที่ได้มาถือว่าเป็นความไว้วางใจที่ตนจะต้องทำงานตอบแทนให้สมกับที่ได้รับเลือกเข้ามา

ด้านเขตเลือกตั้งที่  6 ของ จ.เชียงราย ที่นายพีรเดช  คำสมุทร ผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคอนาคตใหม่ อีกคนที่สามารถชิงเก้าอี้ ส.ส.มาครองไว้ได้ โดยล้มช้างอย่างนาย อิทธิเดช แก้วหลวง ผู้สมัครจาก พรรคเพื่อไทย ไปได้ โดยนายพีรเดช ในวัย 32 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย มีธุรกิครอบครัวประกอบธุรกิจโรงแรมใน อ.แม่สาย  ธุรกิจร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ โดยก่อนหน้าที่จะลงสมัครเป็นผู้รับเลือกตั้งครั้งนี้ได้รู้จักกับพรรคอนาคตใหม่ในช่วงเริ่มแรก ก็ชอบวิสัยทัศน์ของพรรค และเมื่อพรรคมีการทำกิจกรรมก็จะเข้าร่วมเพื่อสังเกตการณ์รวมไปถึงดูวิธีการทำงานของพรรค ซึ่งทางพรรคมีคนทำงานร่วมกันไม่มีแบ่งแยกตั้งแต่คนงานทั่วไป ถึง ด๊อกเตอร์ ก็มาทำงานขับเคลื่อนร่วมกัน

โดยการลงสมัครครั้งนี้ก็ไม่ได้หวังว่าจะสามารถชนะเลือกตั้งในเขตนี้เพราะเห็นว่ามีนักการเมืองที่มีฐานเสียงในพื้นที่อยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็อยู่ห่างไกลคำว่าการเป็นนักการเมือง แต่การชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนตามแนวทางของพรรคให้ดีที่สุด ในส่วนของทางบ้านเองก็สนับสนุนให้ลงสมัครกับพรรคอนาคตใหม่ โดยคุณพ่อชอบนโยบายของพรรคนี้มาก แต่ไม่สามารถลงสมัครเองได้ เพราะอายุมากแล้ว จึงได้สนับสนุนให้ลงสมัคร 

ซึ่งการหาเสียงในการลงสมัครครั้งนี้ในเขต 6 ของจังหวัดเชียงรายมีสมาชิกพรรคเพียง 300-400 คนเท่านั้น ผมใช้วิธีการเดินหาเสียงเพื่อให้เข้าถึงประชาชนโดยในแต่ละวันเดินเท้าหาเสียงวันละประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งก็ได้บันทึกเอาไว้ว่าการลงพื้นที่หาเสียงในครั้งนี้ ได้ใช้ระยะทางในการเดิน 359 กิโลเมตร 

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ไปการจะดำเนินการขับเคลื่อนก็จะเป็นไปตามนโยบายของพรรค เพื่อที่จะทำให้เกิดการเมืองรูปแบบใหม่ โดยการทำงานจะต้องเริ่มจากความเห็นของสมาชิกของพรรคเป็นที่ตั้ง ก่อนจากนั้นจะนำมติไปดำเนินการต่อ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะเน้นประชาชนเป็นหลักในการทำงาน.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *