ยกเสาเอกแล้วศาลาถ้ำหลวง_ชาวบ้านแห่เชียร์ยกเป็นอุทยานแห่งชาติ

วันนี้ (12 ก.ย.) ที่หน้าถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย  พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พล.ต.คณเดช พงศบางโพธิ์ รอง ผอ.กอ.รมน.เชียงราย ได้ร่วมกันประกอบพิธียกเสาเอกการก่อสร้างศาลาอนุสรณ์ซึ่งเป็นอาคารที่สร้างด้วยไม้สำหรับเป็นพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้และตั้งอนุสาวรีย์นาวาตรีสมาน กุนันท์ หรือจ่าแซม หรือเสียชีวิตจากปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวงเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยพิธีทางอาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินช่างไม้มือหนึ่งซึ่งเป็นแม่งานในการก่อสร้างอาคารดังกล่าวได้นำศิลปินทำการเทคอนกรีตพื้นของอาคารและจัดวางฐานเสาเพื่อตั้งเสาที่ทำด้วยไม้สัก โดยเสาต้นแรกยกขึ้นโดยมีการประกอบพิธีบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทาง พล.อ.สุรศักดิ์ และคณะได้ร่วมกันชักเสาเอกขึ้นด้วยดีท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายปกครอง ประชาชนและศิลปินร่วมกันโดยพร้อมเพียงกัน ขณะที่อาจารย์เสงี่ยม ยารังษี ศิลปินที่เป็นจิตรกรชื่อดังชาวเชียงรายอีกคนได้ทำการวาดภาพสถานที่ก่อสร้างเอาไว้เป็นที่ระลึกอย่างงดงามด้วย
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่าในการเดินทางไปยังถ้ำหลวงครั้งนี้ตนไปตรวจดูความคืบหน้าในการบูรณะพื้้นที่หลังปฏิบัติการดังกล่าวและเพื่อดูการยกฐานให้วนอุทยานแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งก็จะมีการดูหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบต่อไป ขณะเดียวกันก็ถือโอกาสร่วมกับอาจารย์เฉลิมชัยซึ่งได้เสียสละสร้างศาลาอนุสรณ์สถานแห่งนี้ในการยกเสาเอก เพราะนับจากนี้สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นพื้นที่ของคนทั้งโลก จึงจะทำให้กลายเป็นทั้งสถานที่ทางธรรมชาติ อนุสรณ์สถาน แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ฝากมาบอกว่าไม่ว่าจะพื้นที่แห่งนี้จะเป็นวนอุทยานหรืออุทยานแห่งชาติก็ขอให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วย
พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่าการจะยกฐานะให้เป็นอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นั้นถือว่ามีความเป็นไปได้สูงเพราะพื้นที่มีภูมิศาสตร์และองค์ประกอบต่างๆ เหมาะสม แต่ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนก่อนเพราะหากว่าได้รับการยกฐานะแล้วเหมือนเดิมก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆ
ด้านอาจารย์เฉลิมชัยและอาจารย์สมลักษณ์ ระบุว่าศาลาอนุสรณ์สถานแห่งนี้จะสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2562 โดยในส่วนของรูปปั้นที่หล่อด้วยโลหะของจ่าแซมจะแล้วเสร็จก่อนในอีก 2 เดือนข้างหน้าส่วนวาดภาพยาว 13 เมตรและรูปภาพด้านข้างอีก 2 ภาพจะแล้วเสร็จก่อน ซึ่งเมื่อศาลาแล้วเสร็จก็จะนำภาพวาดไปจัดแสดงภายในต่อไปดังนั้นอาจจะได้เห็นรูปปั้นจ่าแซมไปตั้งไว้ด้านหน้าศาลาแห่งนี้ก่อนในอีก 2 เดือนข้างหน้า ส่วนตัวศาลาและสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ก็คงจะเป็นช่วงเดือน ม.ค.เป็นต้นไป แต่ในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปก็สามารถไปชมการสร้างศาลาไม้ที่งดงามแห่งนี้และอาจจะมีรูปปั้นของจ่าแซมไปตั้งเอาไว้ที่หน้าถ้ำไว้แล้วด้วยต่อไป
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่าเมื่ออนุสรณ์สถานแห่งนี้แล้วเสร็จก็จะทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ โดยประชาชนทั่วโลกสามารถไปศึกษาเรียนรู้และชมสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านผลงานทางศิลปะดังกล่าว จากนั้นคงจะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถบริหารจัดการหรือเลี้ยงตัวเองได้ เช่น จำหน่ายของที่ระลึก ภาพวาด ฯลฯ เพื่อให้พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐให้น้อยที่สุดและสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าสำหรับในปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังไม่อนุญาตให้เข้าชมถ้ำหลวงได้แต่เปิดให้ชมเฉพาะพื้นที่บริเวณด้านหน้าถ้ำโดยมีการทำรั้วเอาไว้แต่ก็พอมองเห็นปากถ้ำได้ ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปชมในแต่ละวันเป็นจำนวนมากเช่นเดิมจนถึงขั้นมีร้านค้าเปิดขายสินค้าบริเวณถนนทางเข้า เพราะเจ้าหน้าที่จะให้จอดรถไว้ทางเข้าและให้เดินเข้าไปที่หน้าถ้ำประมาณ 800 เมตร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *